sai's profile[[J]]-[[E]]_[[T]]-[[S]]_...PhotosBlogLists Tools Help

sai -parn

No list items have been added yet.
16 July

- - '

สมัยเด็กๆ ครูสอนศิลปะท่านหนึ่งสอนเสมอว่า
เวลาเราใช้ดินสอวาดภาพ
เราห้ามใช้ยางลบ

ตอนนั้น ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของครูสักเท่าไหร่
รู้เพียงแต่ว่าเวลาวาดภาพแล้วเส้นมันบิดเบี้ยว
ก็อยากแก้ให้มันตรงสวย

แต่ทุกครั้งที่หยิบยางลบขึ้นมาเพื่อจะลบภาพนั้น
ครูของก็จะเตือนถึงกติกานั้นเสมอ
สุดท้ายจึงเลือกใช้วิธีต่อเติมภาพๆ นั้นไปตามจินตนาการ

เช่นถ้าตั้งใจวาดรูปหน้าคน แต่เผลอวาดดวงตากลมโตเกินไป
ก็จะใช้วิธีเปลี่ยนตากลมๆ นั้นเป็นแว่นตาแทน

แม้ตอนนั้นจะไม่เข้าใจว่า
ทำไมจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ
และแม้จะไม่เคยคิดวาดรูปหน้าคนใส่แว่นตามาก่อน
แต่ก็ได้รูปหน้าคนตามที่ต้องการ แถมยังภูมิใจว่า
สามารถวาดภาพๆนั้นด้วยความมั่นใจ
และไม่ต้องใช้ยางลบลบภาพเลยสักครั้ง

เวลาผ่านไป โตขึ้น เรียนรู้ว่า สิ่งที่ครูสอนวันนั้น
แท้จริงแล้วมันปลูกฝังนิสัยหนึ่งให้ นั่นคือ
การเข้าใจธรรมชาติของความผิดพลาด

ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนทุกคน
และในชีวิตหนึ่งนี้ก็มีหลายครั้งที่ได้พบมันโดยไม่ตั้งใจ
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ยอมรับความผิดพลาดเหล่านั้น
และรวบรวมสติเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ ก็คือ

การที่เข้าใจว่าธรรมชาติของความผิดพลาด คือการที่มันเกิดขึ้นแล้ว
จะคงอยู่อย่างถาวรไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ ลบความผิดพลาด
แต่จำเป็นต้องใช้สมองต่อเติมแก้ไขภาพวาดของให้สมบูรณ์ด้วยตัวเอง

ดังนั้น ถ้าความผิดพลาดมันเกิดขึ้นกับเราแล้ว
การที่เราจะมานั่งร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนขอแหกกฎ
เพื่อใช้ยางลบกลับไปลบแก้ไขมันนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้

สิ่งเดียวที่จะทำได้
ก็คือรู้จักพลิกแพลงแก้ไขสิ่งเหล่านั้นด้วยสติ
และวาดภาพของตัวเองต่อไปด้วยความระแวดระวังมากขึ้น
ทุกคนมีดินสอหนึ่งแท่งเพื่อจะวาดภาพชีวิตของเราให้สวยงาม

แต่เราไม่มียางลบสักก้อนที่จะเอาไปลบสิ่งที่เราทำผิดพลาดมาแล้วได้
ดังนั้นเราต้องตั้งใจ และมีสติทุกครั้งที่ลากเส้น
และถึงแม้ภาพที่เราวาดจะออกมาไม่เหมือนกับภาพที่เราฝันไว้สักเท่าไหร่
แต่มันก็มาจากมือของเรา เราควรจะภูมิใจกับมันได้เสมอ

ไม่ต้องกลัวหรอก แม้จะรู้ดีว่าสักวันหนึ่ง
เราอาจลากเส้นบิดเบี้ยวไปบ้างเพราะถึงอย่างไร ฉันเชื่อว่า
ถ้าสมองและหัวใจของเราทำงานอย่างเต็มที่
ภาพชีวิตของเราก็งดงามได้ โดยไม่ต้องใช้ยางลบ

 

14 July

ดีไม่ดี... อยู่ที่ใจเรา !

ดีไม่ดี...อยู่ที่ใจเรา
หัวเราะ...เมื่ออยากหัวเราะ
ร้องไห้...เมื่ออยากร้องไห้
และต้องหัวเราะให้ได้หลังร้องไห้ทุกครั้ง!
อย่าทำอะไรที่ไม่อยากทำ...
จงทำอะไรที่ใจอยากทำ...!

ตัวหนังสือ...เขียนผิด...ลบได้
การกระทำ...ทำผิด...เอาอะไรลบ

นึกว่าหมากำลังไล่ฟัดซิ...!
...จะได้รีบวิ่งรี่เข้าเส้นชัย...
...ล้มเมื่อไหร่จะได้รีบลุก...

ทุกย่างก้าว ของ ความฝัน คือ ย่างก้าว ของ ความเหน็ดเหนื่อย
ทุกย่างก้าว ของ ความเหน็ดเหนื่อย คือ ก้าวย่าง ของ ความสำเร็จ

ต่อให้ทุกข์ที่สุด....ก็ต้องผ่านพ้นไปจนได้
เมื่อเรานั่งมองอดีต เรายังผ่านทุกข์มาได้ตั้งหลายทุกข์
ก็ในเมื่อ..ชีวิต...มันยังมีชีวิต
ขอแค่อย่าทุกข์ก่อนเจอทุกข์
หลังทุกข์ อย่าทุกข์อีก
ให้ทุกข์ แค่ตอนทุกข์
แล้วทุกข์ที่สุด...ก็จะเป็น ทุกข์ แค่นี้เอง!

ให้ทำหน้าที่ทุกหน้าที่ด้วยหัวใจ
ให้หัวใจตระหนักในหน้าที่....
แล้วเราจะไม่รู้สึกว่าหน้าที่เป็นหน้าที่
แต่เป็นการกระทำที่เกิดจาก...หัวใจเรียกร้อง...ต่างหาก

ดีไม่ดี...อยู่ที่ใจเรา...
ถ้าใจเรา...คิดดี เราก็จะเจอแต่สิ่งดีๆ
ถ้าเรามองในทางที่ดี...ใจเราก็จะรู้สึกดี
ถ้ากำลังใจดี...สิ่งเลวร้าย...ก็จะคลี่คลายเป็น...ดี!

 

 

12 July

สิ่งที่เราผูกพันนัยวันนี้ ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต.....

 วันนี้. . .เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง
จนคิดว่าเราขาดไม่ได้
แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป

สักวันเราจะรู้ว่า. . .สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้
เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา
ไม่ใช่. . .ทั้งหมดของชีวิตเรา

วันหนึ่ง. . .หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่
ที่เราคิดว่าเราพึงใจ ปรารถนา. . .ต้องการ. . .ขาดไม่ได้
เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก

เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า. . .
ความผูกพันกับสิ่งใดๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง
จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้นๆ

อย่าได้ไปยึดติด อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตหลุ่มหลง
คิดเสียว่า. . .เราโชคดีที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก
ความผูกพัน. . .ก็เหมือนกับความรัก
หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก
หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก
เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก

แต่ความผูกพันที่ว่า ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง. . .
ไว้กับสิ่งนั้น เพราะคนทุกคน ย่อมผูกพันกับหลายๆ สิ่ง

เปรียบเสมือนเรามีแก้วน้ำอยู่หนึ่งใบ
ในยามเช้าเราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม
พออากาศร้อนหน่อย เราอาจต้องการน้ำเย็น ๆ
บางครั้งที่เราไม่สบาย เราอาจต้องการน้ำอุ่น

ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ ต้องเติมสิ่งต่าง ๆ
ในเวลาที่แตกต่างกัน ตามความเหมาะสม

หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ
แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันทีในแก้วใบเดียวกัน
เราก็จะพบว่าแก้วใบนั้น ก็จะร้าวแล้วเริ่มแตก
ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา. . .

ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่งไม่ผิด
ถ้าเราค่อยๆ ปรับใจ ปรับตัวของเราเอง
ให้กลับคืนในเวลาที่ควร

เพราะอย่างน้อยที่สุดเราก็มีโอกาสได้ผูกพัน
ซึ่งก็เหมือนเราได้มีโอกาส “ได้รัก” นั่นเอง!!

03 June

"ทุกอย่างนั้นใช้เวลา"

 

เค้าว่ากันว่า ... อ่านหนังสือสักเล่มต้องใช้เวลา
เช่นเดียวกัน เราคงไม่รู้จักใครสักคนได้ดีตั้งแต่วันแรก
 
เค้าว่ากันว่า ... อย่าตัดสินหนังสือดี ๆ แค่ปกมันสวย
เช่นเดียวกัน คนหน้าตาดี อาจจะไม่ใช่คนดีเสมอไป
 
เค้าว่ากันว่า .... คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย
ก็ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มแรกในชีวิตที่ชอบไม่ได้
เช่นเดียวกัน คนที่เราไม่คิดจะอยากรู้จัก
อาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตเราก็ได้
 
เค้าว่ากันว่า ... การชอบหนังสือสักเล่ม
ไม่ได้หมายความว่าหนังสือเล่มนั้นเนื้อหาดีทุกหน้า
เช่นเดียวกัน การรู้สึกดีกับใครสักคน
ไม่จำเป็นว่าเขาต้องไม่มีข้อเสียอะไรเลย
 
เค้าว่ากันว่า ... อย่ารู้สึกเสียดายเวลา
กับการอ่านหนังสือบางเล่มจนจบ แล้วพบว่าเป็นหนังสือที่ไม่ชอบ
เช่นเดียวกัน จงรู้สึกดีกับการใช้เวลากับใครสักคนหนึ่งอย่างเต็มที่
แม้ว่าวันหนึ่งจะรู้ว่า เขาคนนั้นไม่ใช่เลยสักนิด
เพราะอย่างน้อย ต่อจากนี้ไป เราจะได้เลือกทางที่ถูกและคนที่ใช่ซะที

 

 

29 May

เพื่อนสนิท....ที่หายไป

คุณเคยมีเพื่อนสนิทสักคนไหม
คนที่มันบ้าๆ บอๆ แต่กล้าลุยกับคุณทุกสถานการณ์
ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องถูกหรือผิด...ถึงไหนถึงกัน

...เวลาที่คุณอยู่ใกล้มัน คุณเองก็บ้าบอไปกับมันด้วย
คุณกลายเป็นเด็กในร่างยักษ์ หลุดพ้นจากขอบเขต กฏเกณฑ์ต่างๆ
ในหัวของคุณเต็มไปด้วยจินตนาการ
โครงการร้อยแปดพันเก้าที่คุณจะทำกับมัน

...คนที่มีเรื่องเล่าสู่กันฟังไม่รู้จบ
คนที่คุณไม่ต้องคอยแคร์ความรู้สึกมันสักเท่าไหร่
มันทำให้คุณเป็นตัวของตัวเอง

...คนที่ค่อยๆ หายตัวไปในกาลเวลา
แต่แว๊บ..เข้ามาเสมอเวลาที่คุณอ่อนแอ...

...วันนี้…เพื่อนคนนั้นของคุณอยู่ที่ไหน
ยังอยู่ใกล้ๆ คุณอยู่หรือเปล่า คุณยังโทรหามันอยู่ไหม
มันยังบ้าๆ บอๆ อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า

...หรือว่าคุณเองที่มีความบ้าในเลือดน้อยลง
คุณไม่เจอมันนานแค่ไหนแล้ว ไม่ได้มองตาคุยกันนานแค่ไหน
… นานแค่ไหนที่คุณไม่ได้สัมผัสเพื่อนของคุณอย่างเดิม
หรือคุณเองก็ลืมความรู้สึกเหล่านั้นไปแล้ว

ที่คุณไม่กล้าวิ่งไล่เตะมัน อย่าอ้างว่าคุณอายุมากขึ้น
ที่คุณไม่กล้าแย่งของกินจากมือมัน
อย่าอ้างว่าคุณมีมารยาท
คุณกลับไปเยี่ยมบ้านต่างจังหวัดโดยไม่ชวนมัน
อย่าอ้างว่าถึงชวนมันก็คงไม่ว่าง

...อะไรที่เปลี่ยนไป เวลา...หรือความรู้สึก...
สังคม...หรือความสัมพันธ์...อะไรที่เปลี่ยนแปลง
คุณ…หรือเขา...หรือใคร...คุณถามตัวเองหรือเปล่า
หรือรอให้ใครถาม
รู้สึกอย่างไรที่เขาเปลี่ยนไป แล้วเคยถามเขาไหม
เขารู้สึกอย่างไร...ที่คุณเปลี่ยนไป

หากเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้นในใจ
ไม่ว่าคุณจะมีคำตอบหรือไม่
ไม่ว่าคุณจะต้องการคำตอบหรือเปล่า
ขอบเขตหรือกฏเกณฑ์ที่คุณไม่เคยมีกับเพื่อนคนนี้
มันเกิดขึ้นแล้วต่อหน้าต่อตาคุณ
แต่คุณก็ตอบกับตัวเองว่า ”ช่างมัน”
ปล่อยให้เพื่อนคนนึงกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนต่อไป

...แต่ถ้าคุณไม่เคยตั้งคำถามเหล่านี้เลย
รู้ไว้ด้วย คุณเสียเพื่อนดีๆ ไปคนนึง
และโลกนี้มีคนแปลกหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกคน

ปล. คุณรู้ไหม ขณะที่คุณกำลังนั่งอยู่ตรงนี้
เพื่อนคนนั้นของคุณ...อาจจะถามตัวเองอยู่ก็ได้
ว่ามันทำผิดอะไร...มันจึงเลือนหายไปจากชีวิตคุณ

27 May

ระยะห่าง

วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต
ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา
บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป
แต่กลับบางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น..
จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน

เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน
สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า
ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จักคนคุ้นเคย
หรือ
คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่…
บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า
กลายเป็นคนคุ้นเคย…
จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน ..
ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้ …
และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ..

แต่ในทางกลับกัน..
ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา
จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น
กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก ..
กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป ..
แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่

แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ..
ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา
พอ ๆกับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก..
ไม่มีมาตราวัดใด ๆที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้

และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน..
เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน
1ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ ..
และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน ...
เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว
เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ..

กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง
กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ .
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป..
แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่
ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด..

เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ..
ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี
กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม…
กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก

แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน..

ขณะที่บางคนวิ่งตาม
ล้มลุกคลุกคลานและเจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า
และขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี
โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน
อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน..
เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม

พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น
บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา ..
ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน
ไม่เคยรับรู้ว่า ..
ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน

แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ..

ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ


การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน…

บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต..
ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม..
ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม
ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของเวลา

ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง
ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย…

ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหารย์..

เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา
ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป
เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า
ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี

ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง
เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ
ไปเพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน
เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน

เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี..เสียอีก..

แล้วคุณ ๆ เล่า

เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม..
เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความรู้สึกเป็นกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน
เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ๆ
หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม.???
เคยคิดกันบ้างไหมว่า ระหว่างคนพยายามเดินหนี คนที่พยายามเดินตาม
และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับเท่าเดิม คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน.....

 

 

25 April

องศา..ที่เปลี่ยนไป

 

++ ความจริงแล้วคนเรามี 360 องศาให้มอง

++
แต่คนเรา ... มักจะยึดองศาแรกที่มองเห็น


และทึกทักเอาว่า นั่นหล่ะ คือ ตัวตนของเค้า

++
แต่พอเวลาเปลี่ยนไป ... เค้าเริ่มหมุนตัวเอง

++
ทำให้เราได้เห็นในมุม ในองศา ที่แตกต่างมากขึ้น

++แต่เรา...กลับบอกว่า ... เค้าเปลี่ยนไป

++
การที่เราจะรุจักใครสักคน...ให้ดีพอ

++
คงจะต้องดุให้ครบ... 360 องศาก่อน

++
งั้นหรือ??????

 

 
Photo 1 of 21
No list items have been added yet.
There are no categories in use.